ไขมันพอกตับ (Fatty liver) พัฒนาไปจนกลายเป็น มะเร็งตับ (Hepatocellular carcinoma: HCC) เกิดจากกระบวนการสะสมความเสียหาย...
ไขมันพอกตับ (Fatty liver) พัฒนาไปจนกลายเป็น มะเร็งตับ (Hepatocellular carcinoma: HCC) เกิดจากกระบวนการสะสมความเสียหายของตับเป็นระยะ ๆ ดังนี้
ลำดับกลไกจากไขมันพอกตับ → มะเร็งตับ
1. ไขมันสะสมในเซลล์ตับมากผิดปกติ
เมื่อร่างกายมี ภาวะดื้อต่ออินซูลิน, อ้วน, เบาหวาน หรือไขมันในเลือดสูง
→ ไขมัน (Triglyceride, Free fatty acid) จะสะสมในเซลล์ตับ
เซลล์ตับเริ่ม ทำงานผิดปกติและเกิดความเครียด
2. เกิดการอักเสบเรื้อรังของตับ (NASH)
ไขมันที่สะสมมากเกินไปจะทำให้
เกิด อนุมูลอิสระ (Oxidative stress)
ไมโทคอนเดรียในเซลล์ตับเสียหาย
ร่างกายหลั่งสารอักเสบ เช่น
TNF-α, IL-6, NF-κB
เซลล์ตับถูกทำลายซ้ำ ๆ และเกิดการอักเสบเรื้อรัง
3. เซลล์ตับตาย + การซ่อมแซมผิดพลาด
เมื่อเซลล์ตับตาย ร่างกายจะกระตุ้นให้มีการสร้างเซลล์ใหม่ทดแทน
แต่ในภาวะอักเสบเรื้อรัง
การแบ่งตัวของเซลล์เร็วและบ่อย
โอกาสเกิด ความผิดพลาดของ DNA (Mutation) สูงขึ้น
ระบบซ่อมแซม DNA เสื่อมประสิทธิภาพ
เริ่มมี เซลล์ตับกลายพันธุ์
4. พังผืดตับ → ตับแข็ง
การอักเสบเรื้อรังจะกระตุ้น
Stellate cell ให้สร้างพังผืด
โครงสร้างตับบิดเบี้ยว เลือดไหลเวียนผิดปกติ
เกิดภาวะขาดออกซิเจนเฉพาะจุด
สิ่งแวดล้อมในตับเอื้อต่อการเกิดเซลล์มะเร็ง
5. ความผิดปกติของสัญญาณควบคุมการเจริญเติบโตของเซลล์
พบการกระตุ้นเส้นทางที่เกี่ยวข้องกับมะเร็ง เช่น
Wnt/β-catenin
PI3K/Akt/mTOR
การลดลงของยีนกดมะเร็ง (Tumor suppressor genes เช่น p53)
เซลล์ที่ผิดปกติไม่ถูกกำจัด และเติบโตอย่างควบคุมไม่ได้
6. ภาวะลำไส้–ตับ (Gut–Liver Axis)
ในผู้ป่วยไขมันพอกตับเรื้อรัง
ลำไส้รั่ว (Leaky gut)
สารพิษจากแบคทีเรีย เช่น LPS เข้าสู่ตับ
กระตุ้นการอักเสบและการเกิดมะเร็งเพิ่มขึ้น
สรุปสั้น ๆ
ไขมันพอกตับ → อักเสบเรื้อรัง → DNA เสียหาย → พังผืด/ตับแข็ง → มะเร็งตับ