ทำไมการกิน "มัลเบอร์รี่สด" ถึงได้เรสเวอราทรอลน้อย? แล้วทำไมต้องเลือกแบบ "สกัดแห้งอุณหภูมิต่ำ & ความชื้นสัมพัทธ์ต่ำ"?
ทำไมการกิน "มัลเบอร์รี่สด" ถึงได้เรสเวอราทรอลน้อย? แล้วทำไมต้องเลือกแบบ "สกัดแห้งอุณหภูมิต่ำ & ความชื้นสัมพัทธ์ต่ำ"?
ผลมัลเบอร์รี่สดมีน้ำอยู่ถึง ประมาณ 90% ซึ่งทำให้สารสำคัญอย่าง เรสเวอราทรอล ซึ่งไม่ละลายในน้ำ มีความเข้มข้นต่ำมากในผลสด นั่นหมายความว่า ถึงคุณจะกินผลสดในปริมาณมาก ก็ยังได้รับเรสเวอราทรอลในระดับต่ำ และอาจไม่เพียงพอต่อการเกิดประสิทธิภาพทางชีวภาพ เช่น การต้านอนุมูลอิสระ หรือลดการอักเสบในร่างกาย
เรสเวอราทรอล ยังมีลักษณะไวต่อความร้อน การกินผลสดหรือการแปรรูปด้วยความร้อนสูง (เช่น ตากแดด อบแห้งร้อน) จึงเสี่ยงต่อการสูญเสียฤทธิ์ของสารตัวนี้ได้ง่าย
เทคโนโลยีสกัดแบบ Low Temperature & Low Relative Humidity Drying (ทำแห้งที่อุณหภูมิต่ำ & ความชื้นสัมพัทธ์ต่ำ) เป็นการทำแห้งในสภาวะเย็นและควบคุมความชื้นอย่างเหมาะสม ช่วยรักษาโครงสร้างของเรสเวอราทรอลเอาไว้ได้ดี ป้องกันการสลายตัว และได้ความเข้มข้นสูงกว่าในผลสดหลายเท่า ทำให้ร่างกายได้รับเรสเวอราทรอลในปริมาณที่เพียงพอ และดูดซึมไปใช้ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
แล้วเรสเวอราทรอลแบบสังเคราะห์ล่ะ?
แม้ในท้องตลาดจะมี เรสเวอราทรอลแบบสังเคราะห์ แต่มีข้อเสียที่ต้องระวัง:
งานวิจัยระบุว่าแบบสังเคราะห์ อาจมีผลข้างเคียงกับ ตับ และ ไต หากรับประทานในระยะยาว
อัตราการดูดซึมต่ำ ร่างกายใช้ประโยชน์ได้น้อยกว่าสารจากธรรมชาติที่สกัดด้วยเทคนิคที่ถูกต้อง
ดังนั้น การเลือกเรสเวอราทรอลจากมัลเบอร์รี่ที่ผ่านกระบวนการ ทำแห้ง ด้วยอุณหภูมิต่ำ(Low Temp Drying) จึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัย ได้สารอาหารครบถ้วน และมีประสิทธิภาพสูงกว่า!
สรุปสั้นๆ:
มัลเบอร์รี่สด
ได้เรสเวอราทรอลน้อย
มัลเบอร์รี่สกัดแห้งอุณหภูมิต่ำ & ความชื้นสัมพัทธ์ต่ำ
ได้เรสเวอราทรอลเข้มข้น ดูดซึมดี
เรสเวอราทรอลสังเคราะห์
เสี่ยงต่อสุขภาพในระยะยาว