นี้จากวารสาร [MDPI Nutrients] ศึกษาฤทธิ์ต้านมะเร็งของสารโพลีฟีนอล 2 ชนิด คือ Resveratrol และ Pterostilbene
สรุปบทความนี้จากวารสาร [MDPI Nutrients] ศึกษาฤทธิ์ต้านมะเร็งของสารโพลีฟีนอล 2 ชนิด คือ Resveratrol และ Pterostilbene
โดยทดลองกับเซลล์มะเร็งปากมดลูกที่ติดเชื้อ HPV (HeLa cells)
จุดประสงค์ของงานวิจัย นักวิจัยต้องการดูว่า Resveratrol และ Pterostilbene สามารถ:
- ยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็งปากมดลูก
- ลดการทำงานของโปรตีนก่อมะเร็งจาก HPV ชื่อ E6
- กระตุ้นการตายของเซลล์มะเร็ง (apoptosis)
ได้หรือไม่
กลไกสำคัญที่ค้นพบ ในมะเร็งปากมดลูกจาก HPV โปรตีน E6 ของไวรัสจะไปทำลายโปรตีน p53 ซึ่งเป็น “ยีนผู้พิทักษ์เซลล์” ทำให้เซลล์มะเร็งแบ่งตัวต่อเนื่อง
บทความนี้พบว่าทั้ง Resveratrol และ Pterostilbene สามารถลดระดับ E6 ได้
- ส่งผลให้ p53 กลับมาทำงาน
- กระตุ้น caspase-3 ซึ่งเป็นโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับการตายของเซลล์มะเร็ง
ผลการทดลองสำคัญ
1. Pterostilbene มีประสิทธิภาพ สูงกว่า Resveratrol
นักวิจัยวัดค่า IC50 (ความเข้มข้นที่ทำให้เซลล์มะเร็งตาย 50%)
พบว่า:
Pterostilbene: IC50 ≈ 42.3 µM
Resveratrol: IC50 ≈ 83.5 µM
แปลว่า Pterostilbene ออกฤทธิ์แรงกว่าเกือบ 2 เท่า
2. ลดการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง ทั้งสองสารช่วย:
● ลดการเคลื่อนที่ของเซลล์มะเร็ง
● ลดการแบ่งตัว
● ทำให้เซลล์หยุดอยู่ในช่วง S-phase ของ cell cycle
ซึ่งอาจช่วยชะลอการลุกลามของมะเร็งได้
3. ลดโปรตีน HPV E6 ได้จริง
ที่ความเข้มข้น 50 µM:
Pterostilbene ลด E6 ได้ประมาณ 43%
Resveratrol ลดได้ประมาณ 23%
พร้อมกับเพิ่มการทำงานของ caspase-3 ซึ่งเกี่ยวข้องกับ apoptosis
ทำไม Pterostilbene จึงน่าสนใจกว่า?
บทความอธิบายว่า Pterostilbene:
■ ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ดีกว่า
■ มีความคงตัวสูงกว่า
■ มี bioavailability สูงกว่า Resveratrol มาก
จึงอาจเหมาะต่อการพัฒนาเป็นสารต้านมะเร็งในอนาคต
ข้อสรุปของงานวิจัย
งานวิจัยสรุปว่าทั้ง Resveratrol และ Pterostilbene มีฤทธิ์ต้านมะเร็งปากมดลูกที่เกี่ยวข้องกับ HPV
กลไกสำคัญคือการลด HPV E6 → ฟื้นการทำงานของ p53 → กระตุ้นการตายของเซลล์มะเร็ง
Pterostilbene มีประสิทธิภาพเหนือกว่า Resveratrol ในหลายด้าน