ในอดีต “ความแก่ชรา” (Aging) ถูกมองว่าเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เป็นเพียงกระบวนการตามธรรมชาติที่เกิดขึ้นเมื่ออายุมาก...
ในอดีต “ความแก่ชรา” (Aging) ถูกมองว่าเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เป็นเพียงกระบวนการตามธรรมชาติที่เกิดขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น เช่น ผิวเหี่ยวย่น การเคลื่อนไหวช้าลง หรือความจำเสื่อม ซึ่งผู้คนส่วนใหญ่ยอมรับว่าเป็นเรื่องปกติของชีวิต และไม่สามารถแก้ไขหรือป้องกันได้
แต่ในปัจจุบัน ความเข้าใจเรื่องความชราก้าวหน้าไปอย่างมากด้วยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ที่ลึกซึ้งขึ้น โดยเฉพาะในด้านชีววิทยาระดับเซลล์และโมเลกุล นักวิจัยพบว่า “ความแก่” เกิดจากกระบวนการเสื่อมถอยเฉพาะทางชีวภาพ เช่น การสะสมของความเสียหายใน DNA, การทำงานผิดปกติของไมโตคอนเดรีย และการอักเสบเรื้อรังในระดับต่ำ (inflammaging) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมา เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็ง และโรคอัลไซเมอร์ ฯลฯ
จากความเข้าใจนี้ องค์การอนามัยโลก (WHO) จึงได้จัดให้ “ความชรา” เป็นภาวะหรือโรคเรื้อรังชนิดหนึ่ง (ICD-11 รหัส MG2A: “Old age”) หมายความว่า ความชราไม่ใช่แค่เรื่องธรรมชาติอีกต่อไป แต่เป็น ภาวะทางชีววิทยาที่สามารถป้องกัน ชะลอ หรือจัดการได้ ผ่านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต หรือการได้รับทานสารอาหารชีวภาพ เช่น เรสเวอราทรอลที่สกัดจากพืชธรรมชาติ ที่มีบทบาทในการส่งเสริมสุขภาพเซลล์และชะลอความเสื่อมของร่างกาย
การเปลี่ยนมุมมองนี้ไม่เพียงแต่เปลี่ยนวิธีการดูแลผู้สูงอายุ แต่ยังเปิดโอกาสใหม่ในการ “ยืดช่วงชีวิตที่มีสุขภาพดี” (Healthspan) และลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังในระยะยาว.